วันนี้ฉันร้องไห้เพราะ...
posted on 02 Jul 2009 23:07 by cofactor in Diaryรู้ตัวดีว่าเป็นคนขี้แย แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้บ่อยอะไรขนาดดนั้น
แต่ร้องไห้เพราะดูหนังซึ้งๆ อ่านหนังสือซึ้งๆ มันก็มีความสุขนะ
นานๆร้องไห้เพราะตัวเองเจอปัญหาก็มีความสุขเหมือนกัน คิดซะว่าอย่างน้อยเพราะมีปัญหา เลยทำให้เรารู้จักร้องไห้บ้าง
...
เอนทรีย์นี้ขอบ่นๆหน่อยนะคะ รู้สึกผิดที่ต้องมาบ่นให้อ่านกัน mT_Tm ใครไม่อยากอ่านก็ข้ามไปก็ได้เน้อ
...
ปัญหาของอีเด็ก ม.หก
ช่วงนี้ชีวิตเข้าหน้ามรสุม จริงๆแล้วเราควรรู้ถึงเค้ามรสุมตั้งแต่ขึ้น ม.หก แล้ว แต่เรายังคงชิวมาเรื่อยๆ อ่านหนังสือมั่งไม่อ่านมั่งแปรผันตามการบ้านจากโรงเรียนและความเวิ่นเว้อส่วนบุคคล
หนักๆเข้า ปัญหาที่หนักใจที่สุดตอนนี้คือปัญหาที่เราคิดว่าเราทิ้งมันไปแล้ว อย่างเรื่อง จบไปจะเรียนต่อคณะอะไร
เท่าที่จำได้ เราตัดตัวเลือกคณะวิทยาศาสตร์ออกจากสมอง (ถึงแม้เราจะมีโควต้าโอลิมปิกติดตัว)...
ไม่ใช่ว่าคณะวิทยาศาสตร์ไม่ดีนะคะ มันเคยเป็นความไฝ่ฝันตลอดสิบห้าปีชีวิตที่ผ่านมาของเราเหมือนกัน เคยหลงไหลตั้งมั่นเอามากๆ ...มากจนคิดว่าทั้งชีวิตฉันคงมาได้แต่ทางนี้ ...แต่เมื่อวันนึงที่เราต้องผ่าน้องกบ น้องกระต่าย ตอนสอบแล็บค่าย-ปริ๊บ- เราก็รู้สึกว่า มันไม่ใช่แล้วว่ะ! แถมช่วงนั้นเราหันมาสนุกกับการวาดรูปและใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น (ถึงจะไม่เก่งเกือบเมพแบบตอนเรียนชีวะ...แต่รู้สึกว่ามันใช่)
ตั้งแต่นั้นมา...เป้าหมายของเราคือคณะแอนนิเมฯของวิทยาลัยสื่อ มช. มาตลอด แต่หามหาลัยเรียนแอนิเมที่รัซเซียได้จะดีมาก ฉันชอบแอนิเมชันรัซเซียค่ะ =A= แต่ไม่มีทุนนนน TTwTT
เราเคยคุยกับครูฟิสิกส์ที่สอนเรามาตั้งแต่ ม.สี่ว่า "จบไป อิ่มจะไปเรียนแอนิเมนะคะ" ครูกลับถามว่าทำไมไม่สอบหมอ
อืม...ถ้าหมอโครงการพิเศษเราไม่ได้แน่ๆ เพราะเกรดเลขไม่ถึง ชริ~ แต่ถ้าหมอโควต้าดิฉันมีปัญญาสอบค่ะ
แต่ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหมอล่ะคะ พอเข้าใจว่าสอบหมอได้เนี่ยมันเป็นหน้าเป็นตาโรงเรียน แต่ถ้าไม่มีความสุขที่จะทำมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ
คือเราไม่อยากเป็นหมอมาตั้งแต่จำความได้แล้วนี้ เราเกลียดกลิ่นคนป่วย รังเกียจอ่ะ ขอโทษนะ TTwTT เกลียดการทำงานแบบหมอ เรารู้ตัวดีว่าเรามีจิตบริการและจิตวิญญาณแห่งความเป็นหมอไม่พอ ;w; ทั้งๆที่บ้านเราทำงานสายสาธารณสุขทั้งบ้านน่ะนะ เราวนๆเวียนอยู่ในโรงพยาบาลมาทั้งชีวิต เราก็ไม่ได้ซาบซึ้งใจอะไรจนเกิดอยากเป็นหมอขึ้นมา
แต่ไม่นานมานี้ เราได้เจอครูสังคมที่เรารักมากๆท่านหนึ่งที่เคยสอนเราตอน ม.ต้น ครูถามว่าจะต่อคณะไหน... เราก็ตอบว่าหนูอยากต่อแอนิเมชัน
ครูทำท่าตกใจมาก... ครูบอกว่านึกว่าเราจะเรียนวิทยาศาสตร์แล้วไปต่อพฤกษศาสตร์!!!
สมัยเราเรียน ม.ต้น ยังลัลล้ากับการทำโครงงานวิทย์อยู่ ชวงนั้นรู้สึกทำเรื่องสารตกตะกอนเลือดจากพืช ครูสนใจเพราะครูสังคมเคยเรียนวิทย์เอกพฤกษศาสตร์มาก่อน -*- ตอนนั้นแม่งบ้า หอบเท็กซ์แคมป์เบลล์กับหนังสือราวิทยาไปเปิดรูปดูเล่นกับครูทุกวัน
พอครูถามว่าทำไมไม่อยากเรียนพฤกษศาตร์แล้วเหรอ? มันจี๊ดใจเราขึ้นมาเลยค่ะ ;w;
เออว่ะ...พฤกษศาสตร์ไม่มีเครื่องใน...
เรายังจำความสนุกของช่วงเวลานั้นได้ดีนะคะ ช่วงที่เรามองต้นไม้มองเห็ดแล้วมีความสุข
...มันทำให้เกิดคำถามในใจเราว่า สิ่งที่เราชอบจริงๆคืออะไรกันแน่? สิ่งที่เราอยากทำจริงๆคืออะไรกันแน่?
...ที่ผ่านมาเราปิดกั้นตัวเองจากอะไร... สอบมหิดล-ปริ๊บ-ได้รอบแรก(ได้จากโครงการพิเศษที่แม่งเหนื่อยมาตั้งแต่ ม.หนึ่ง)แต่ไม่ติดรอบสองซะงั้น(แล้วที่ฉันแทบตายมาสามปีล่ะคะะะ) สอบโอลิมปิกรอบสามไม่ได้...
เราเคยคิดว่าเราไม่ใช่คนที่จะเสียใจกับอะไรแบบนั้นได้ง่ายๆสักหน่อย แต่มองย้อนอีกทีมันมีอิทธิพลกับเรามากๆ
ช่วงตั้งแต่ ม.ห้า มา เรายอมรับว่าการเรียนของเราตกลงมาก... โดยเฉพาะวิชาคำนวนประยุกต์อย่างฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์เสริมบางบท (ซึ่งเคมีถ้าเทอมไหนเป็นบทที่ไม่มีคำนวน คะแนนก็จะปรี๊ดขึ้นมา แต่ถ้ามีคำนวนมันก็จะตกวูบ) ตรงข้ามกับพวกอังกฤษสังคมแล้วก็เรื่องลายเส้นวาดรูป ซึ่งค่อนข้างมีแนวโน้มไปทางที่ดีขึ้นนิดนึง ที่สำคัญ เราสนุกกับมันนะ
จนตอนนี้เราคิดว่าเพราะเราชอบศิลป์มากกว่า ไม่มีหัวคำนวน หรือว่าพยายามไม่พอกันแน่
แล้วเราไม่เก่งคำนวนจะไปเรียนแอนิเมได้ไงวะ!!!
ฮือ...ปัญหาอีเด็ก ม.หก
ตอนนี้เราควรหันหน้าไปทางไหนดี... สับสนจัง... ทั้งๆที่มันเป็นเวลาที่น่าจะตัดสินใจได้แล้วนะ
เราโลภเนอะ
วาดรูปสนุกนะ ทำแอนิเมก็สนุก เขียนโปรแกรมก็สนุก (ทุกวันนี้ยังทำเกมส์ส่งโครงงานคอมอยู่ ฮ่าๆ) เรียนชีวะก็สนุกนะ
...
ปัญหาเรื่องการเรียน
เราชอบเรียนชีวะ ชอบมากๆ ชอบทำโครงงงานด้วย
...มันเป็นเรื่องที่เราสนใจ... ตอน ม.สี่ เรามีครูชีะทั้งที่เรียนในโรงเรียน ทั้งที่เรียนพิเศษ ที่เราชอบมากๆอยู่หลายคน ทั้งครูเดือน ครูเร พี่เก เพื่อนเก่าสมัยอยู่ค่ายซึ่งตอนนี้มันไปเรียนเตรียมแล้ว(คนนี้รักมากแค้นมากนับถือมาก ฮึ่มๆ) เราชอบที่ทุกคนช่วยสอนเราในสิ่งที่หาในตำราเรียนที่เรียนอยู่ไม่ได้ เช่น พวกพืชพิษแปลกๆ ฮอร์โมนของคนเป็นเกย์ การผสมพันธุ์กระต่ายกับแฮมสเตอร์ ... รวมทั้งปะป๊าของเราที่ชอบเอาเรื่องที่ทำงานมาสอน
เราสนุกๆมากๆ สนุกที่ได้ถามครู สนุกที่ได้รู้หลายๆเรื่อง เราคิดว่ามันเท่ดีนะที่ได้รู้ในสิ่งที่เพื่อนไม่สนใจจะรู้ :p
จนเมื่อขึ้น ม.ห้า อะไรๆก็ดูเป็นงานเป็นการไปซะหมด... คุณครูที่สอนเราตอน ม.ห้า ถึงปีนี้เป็นคนเก่งมาก ถ้าถามเด็กในเชียงใหม่คงรู้จักดีมากๆๆเลยแหละ สอนเก่งด้วย แต่ไม่ใช่แบบที่เราชอบเลย TwT
ครูบอกว่าชอบเด็กที่ยกมือถาม...แต่ตั้งแต่เรียนมา เราไม่เคยมีสิทธื์ได้ถาม เพราะทุกๆอย่างของครูมันคือเวลาที่มีค่าของครูในการสอนไปซะหมด
ครูมีวิธีสอนของครูวิธีนึงที่ดีมาก...แต่มันไม่ใช่สำหรับเรา เพราะเรารู้สึกว่าเราเสียความเป็นตัวเองไป เราต้องทำตามครูจัดระเบียบสมองตามครู...ขอโทษนะคะ มันรู้สึกเหมือนูกล้างสมอง... วิธีจัดระเบียบสมองแบบเก่าๆที่เราเคยใช้กับตัวเองโดนลืมไปซะหมด จนตอนนี้เรารู้สึกว่าการเรียบเรียงคำพูดของเรายังรวนๆเลย (ใครเคยคุยกับเราจะรู้ว่าบางทีเราเรียงคำไม่ถูก พูดลิ้นพันกันด้วย)
บางทีเราก็ไม่เข้าใจครูว่าต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากขึ้นมาด้วย
อือ...เราว่าครูไม่ผิดนะ แต่เราผิดเองที่ปรับตัวไม่ได้มากกว่า
.
.
.
มีช่วงนึงที่เราเกลียดาบชีวะไปเลย TTwTT เป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองจังเนาะ แต่ตอนนี้ก็พยายามเรียนให้สนุกขึ้นล่ะนะ (ระบายสีชีทไม่ตรงตามที่ครูบอกมั่ง วาดไดอะแกรมเองมั่ง เปิดเท็กซ์ดูรูปเองมั่ง)
.
.
.
ตอนนี้เรียนคณิตสนุกขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะที่ครูรึเปล่า :p ครูสอนสนุกเป็นกันเองดี เรียนเคมีก็สนุกนะ แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะครูพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง (เคมีเป็นอีกเรื่องที่เราแอบงอนแม่ ตอนสอบกลางภาคเสร็จ เราโทรไปบอกแม่ว่าเราทำเคมีไม่ค่อยได้ แม่ตอบกลับมาเร็วมากว่าจะไปเรียนเพิ่มเคมีไหน TTwTT... ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก)
...
ปัญหาที่รู้สึกแย่ด้วย
บางทีนี่อาจจะไม่ใช่ปัญหา เพราะเราไม่สนใจที่จะแก้มัน แค่ตอนนี้ภาวนาให้ตัวเองเลิกรู้สึกแย่กับมันซะที
เรื่องมีอยู่ว่าอาทิตย์ก่อน มีเพื่อนเก่ามาหาเราตอนกำลังอ่านหนังสือที่โรงอาหาร
พี่ต่อ- "อิ่ม ครู-ปรี๊บ- ให้อิ่มกับเราไปแข่งตอปัญหาวิทย์ วันที่1 เดือนสิงหานะ ส่วนนุกับนนท์ไปแข่งทักษะ"
อิ่ม- "อืมๆ วันที่หนึ่งใช่ไหม จะได้อ่านหนังสือรอ"
นุ- "อื้อ อ่านหนังสือด้วยนะ"
ตั้งแต่วันนั้นเราเริ่มทวนหนังสือแล้วนะ...เพราะคิดว่าอย่างน้อยมันก็เป็นหน้าตาโรงเรียน... (จริงๆกรูก็อยากรักษาแชมป์อยู่หรอก ฮึ่ยๆ)
แต่วันนี้ตอนนั่งรถไปเรียนพิเศษกับพลอย พลอยบอกว่าเดือนหน้าครู-ปริ๊บ-ให้พลอยจ๋าไปแข่งตอปัญหากับพี่ต่อ
....นภัทรใช้เวลาโปรเสสสามวินาที....
สรุปว่า... ที่บอกไอ้อิ่มไว้อาทิตย์ที่แล้วเนี่ยมันไม่มีผลมาตั้งแต่ต้นแล้วใช่ไหมคะ
เกลียดคำว่าโมฆะจังค่ะ
...
สาบานกันโต้งๆเลยว่าเราไม่ได้โกรธ ไม่ได้อิจฉา แล้วก็ยังรักพลอยเหมือนเดิม
แต่เราน้อยใจและเสียความรู้สึกมากๆ
เราไปทำอะไรให้ครูลืมเราขนาดนั้นเหรอ... ไม่ได้ใหญ่มาจากไหนนะ แต่ทำอะไรแบบนี้ก็ช่วยเห็นหัวเราหน่อยสิ...อย่างน้อยบอกอะไรเราสักคำก็ยังดี
ไม่ต้องเห็นหัวก็ได้นะ แค่ใส่ใจความรู้สึกเราหน่อยสิ
เราก็เป็นคนนะคะ เป็นนักเรียนคนนึงที่เป็นคน ถึงเราจะไม่ได้เทิดทูนบูชาครูอะไรขนาดนั้น ... แต่เราเจ็บได้ แล้วเราร้องไห้เป็นด้วย
...
ขอโทษนะคะ ที่ทำตัวงี่เง่า
เราแม่งอาร์ต ขี้น้อยใจด้วย
วันนี้อะไรไม่รู้ คิดมาก กังวล สับสนชีวิต
...
ตอนนี้เรานึกขอบคุณแม่จ๋ามากๆที่เอาหนังสือธรรมะมาทิ้งให้เราอ่าน ตอนนี้เรากำลังอ่านเรื่อง "แค่ปล่อยก็ลอยตัว" ของท่าน ว. วชิรเมธี
รู้สึกผิดบาปอย่างยิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เลอะน้ำตา... ขอโทษค่ะ
ตอนนี้เรานึกขอบคุณตัวเองมากๆที่ตอนนี้ไม่ใช่คนขี้โกรธ เจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรแล้ว
ตอนนี้เราขอบคุณตัวเองที่นึกขึ้นได้ว่า คนที่มีความสุขจริงๆคือคนที่เห็นวิธีมีความสุขบนความทุกข์ใจต่างหาก อะไรที่ปล่อยได้ก็ปล่อยๆมันไป
ชริท!! แล้วจะร้องไห้ทำไมวะเนี่ย //ฟืดดดดด// อยากให้ตัวเองเป็นคนมองโลกในแง่ดีได้ตลอดลอดฝั่งจัง จะไหวไหม
มาพยายามใหม่กันเถอะ นภัทร!!!
...
อนึ่ง....ขอบคุณพี่ใหม่มากๆนะคะ ที่มายืนคุยกันแบบโรมิโอจูเลียต มาฟังอิ่มบ่นหลายๆเรื่อง อิ่มรักพี่ใหม่จังงง
...
อีกรอบ... อวยพรให้นภัรหาตัวเองให้เจอไวๆ อวยพรให้นภัทรผ่านช่วงนี้ไปได้
...
ป.ล.เพิ่งเข้าใจว่าปลอบใจตัวเองโคตรยาก... ไม่มีใครให้อ้อนเนี่ย บางที่ก็เหงานะ :w:.... รู้สึกว่าวเองเป็นเด็กมีปัญหาชีวิตก็วันนี้ แย่...งี่เง่า
ป.ป.ล.ติดรอบสัมภาษณ์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของสวนดุสิตแล้ววว -_-V อยากลองสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษล้วนดูมั่ง จะรอดไหม แต่จะลองดู
ป.ป.ป.ล.พรุ่งนี้กีฬาสีแล้วววว วันนี้ไปเตรียมลู่ สนุกดี -//////-
ป.ป.ป.ป.ล.เล่นซึงจนนิ้วถลอก บ้าได้อีกกกก สนุกอ่า



